ทฤษฎีความรัก

ทฤษฎีความรัก บอกความรู้สึกที่เกิดขึ้น
ว่ามันใช่ความรักหรือเปล่า

ความรัก เป็นคำที่มีความหมายได้หลายรูปแบบ และเชื่อว่าสาว ๆ หลายคน คงจะต้องเคยสงสัยในความรู้สึกของตัวเองว่า ตกลงนี่มันคือความรักใช่หรือเปล่า หรือเหตุการณ์แบบที่เมื่อคืนพึ่งอกหัก แต่วันนี้กลับปิ๊งหนุ่มคนใหม่ เทความรู้สึกดี ๆ ให้เขาไปเสียแล้ว ความรู้สึกสับสนแบบนี้ ยิ่งทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ความรู้สึกที่เกิดขึ้น แท้ที่จริงแล้วมันคืออะไรกันแน่ มาหาคำตอบและไขข้อข้องใจ ด้วยทฤษฎีความรัก The Colors of Love ที่จะมาอธิบายความรู้สึกของคุณให้กระจ่าง

ทฤษฎี The Colors of Love

ทฤษฎีความรัก The Colors of Love (ล้อสีของความรัก) คือ ความคิดที่ถูกสร้างขึ้นโดย ‘John Lee นักจิตวิทยา ชาวแคนาดา’ ที่เปรียบเทียบรูปแบบของความรักกับวงล้อสี ผ่านภาษาละติน และภาษากรีก ใช้เรียกแทนความรู้สึกในแต่ละรูปแบบ ซึ่งในวงล้อ จะมีแม่สีอยู่ 3 สี แสดงถึงรูปแบบของความรักที่ถูกแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ (3 หลัก 3 รอง)

1. Eros (สีแดง) เป็นภาษากรีก มีความหมายว่า หลงใหล เป็นความรักแบบเสน่หา หรือรักแรกพบ เกี่ยวข้องกับทางร่างกายและอารมณ์ เป็นทั้งด้าน Erotic และ Sex

2. Ludus (สีฟ้า) เป็นภาษาละติน มีความหมายว่า เกม เปรียบความรักเป็นการเล่นเกม ที่รู้สึกถึงความสนุกสนาน อาจเป็นรูปแบบความรักที่มีแนวโน้มไปทางการนอกใจ หรือความสัมพันธ์ของคนที่ยังไม่พร้อมจะมีความรักแบบผูกมัด

3. Storge (สีเหลือง) เป็นภาษากรีก มีความหมายเปรียบเสมือน ความรักที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ เป็นการเติบโตอย่างช้า ๆ อาจพัฒนามาจากมิตรภาพ หรือส่วนใหญ่มักพบในความรักแบบครอบครัว พี่น้อง หรือญาติ

นอกจากนี้ John Lee ยังเชื่ออีกว่า ทฤษฎีความรักทั้ง 3 รูปแบบนี้ สามารถผสมผสานกันได้ เหมือนกับการผสมสีในวงล้อสี เมื่อถูกผสมเข้าด้วยกันแล้ว จะได้ออกมาเป็นความรักรูปแบบอื่น ๆ นั่นเอง

4. Pragma (สีเขียว) มาจากการผสมผสานของ Storge + Ludus เป็นความรักที่สมจริง และดูเป็นความสัมพันธ์ที่มีเหตุผล มากกว่าจะเป็นแค่อารมณ์ คบหากันด้วยความเหมาะสม มีเป้าหมายและวัตถุประสงค์เหมือนกัน สำหรับคนที่มีความรักในรูปแบบ Pragma เรื่องของการศึกษา สภาพทางการเงิน ความเชื่อทางศาสนา รวมถึงสถานภาพทางสังคม มีความสำคัญมาก ๆ

5. Mania (สีม่วง) มาจากการผสมผสานของ Eros + Ludus เป็นความรักที่หลงใหล คล้ายการถูกครอบงำ แบบที่ต้องการเห็นความเป็นไปของคนรักในทุก ๆ วัน ต้องการให้แสดงความรักและคำมั่นสัญญา รู้สึกถึงความต้องการอยู่ตลอดเวลา ทำให้เรียกร้องความรักจากอีกฝ่ายมากเกินไป

6. Agape (สีส้ม) มาจากการผสมผสานของ Eros + Storge เป็นความรักที่เสียสละ เต็มไปด้วยการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ไม่เห็นแก่ตัว เป็นความผูกพันโดยไม่มีเงื่อนไข และเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ ความรักที่พร้อม Support ตลอดเวลา

ท้ายที่สุด ไม่ว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างคุณกับเขาจะเป็นแบบไหนในทฤษฎีความรัก The Colors of Love ก็ตาม หากคุณเป็นคนที่มีแผลสด หรือกำลังอกหักอยู่ อยากให้ลองเปิดใจกับความสัมพันธ์อีกครั้ง ไม่อยากให้คุณต้องปิดกั้นตัวเองจากความรัก เพียงเพราะครั้งก่อนมันล้มเหลว แต่ก่อนจะเริ่มสานความสัมพันธ์กับใคร อย่าลืมเช็กให้ดี ๆ ก่อนว่าเขาใช่สำหรับคุณแล้วจริง ๆ ไม่แน่นะว่า… ความสัมพันธ์ครั้งนี้อาจจะเป็นประสบการณ์สำคัญ ที่ทำให้ดำเนินชีวิตต่อได้อย่างมีความสุขก็ได้