เลือกชุดชั้นในตามทรงหน้าอก ใส่สวยเป๊ะ ไม่อึดอัด
ชุดชั้นในถือเป็นไอเทมสำคัญที่ช่วยยกกระชับหน้าอก และทำให้รูปร่างดูสวยสมส่วนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่สาว ๆ เคยสงสัยไหมคะว่า ทำไมบางวันใส่ชุดชั้นในแบบเดิมแล้วดูสวยเป๊ะ แต่บางครั้งกลับรู้สึกไม่เข้าทรงเหมือนเคย คำตอบก็เพราะว่า หน้าอกของผู้หญิงแต่ละคนมีรูปทรงที่แตกต่างกัน และการเลือกชุดชั้นในให้เหมาะกับรูปทรงอกของตัวเอง คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้สวมใส่สบาย เสริมทรงอกให้ดูสวยได้อย่างธรรมชาติ
บทความนี้ Helena เลยขอพาสาว ๆ มาเช็กรูปทรงอกของตัวเอง พร้อมเรียนรู้วิธีเลือกชุดชั้นในให้เหมาะกับแต่ละทรง เพื่อให้ใส่แล้วมั่นใจ เป๊ะทุกองศา มาดูกันเลยว่าทรงอกของเราตรงกับแบบไหนบ้าง
มาทำความรู้จักทรงอกของเรา เป็นแบบไหนกันนะ?
หน้าอกของสาว ๆ แต่ละคนมีรูปร่างและลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นขนาด ความแน่น ความพุ่ง หรือการกระจายของเนื้ออก ซึ่งความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับรูปทรงหน้าอกเหล่านี้ จะช่วยให้เราเลือกชุดชั้นในที่เหมาะกับทรงอกได้ง่ายขึ้น ใส่แล้วสบาย ไม่อึดอัด และช่วยเสริมรูปร่างให้ดูสวยสมส่วนมากยิ่งขึ้น มาดูกันว่าทรงอกยอดฮิตที่สาว ๆ มักเจอกันมีแบบไหนบ้าง และควรเลือกบราอย่างไรให้ตอบโจทย์ที่สุด
1. ทรงเชอร์รี (Cherry)
ลักษณะหน้าอกค่อนข้างเล็ก แบนราบ เนื้อหน้าอกไม่มาก คล้ายผลเชอร์รี มักไม่มีร่องอกชัดเจน
แนะนำ : เลือกบราเสริมฟองน้ำทรง Push-up Bra / Balcony Bra หรือ Padded Bra บราแบบมีแพดเสริมด้านล่าง เพื่อช่วยเพิ่มวอลลุ่ม ทำให้หน้าอกดูอิ่มและมีมิติมากขึ้น เหมาะกับสาวที่อยากเสริมความมั่นใจในวันเบา ๆ
2. ทรงเลมอน (Lemon)
หน้าอกทรงนี้จะมีความคล้ายผลเลมอน มีฐานหน้าอกกว้าง มีความกลมรีเล็กน้อย แต่เนินอกไม่พุ่ง เนื้ออกกระจายออกด้านข้าง ดูโดยรวมไม่ใหญ่และไม่เล็กจนเกินไป สามารถเลือกใส่บราได้หลากหลายแบบ
แนะนำ : เลือกบราทรงครึ่งเต้าอย่าง Balconette / Demi Bra หรือ Push-up Bra และ Minimizer Bra ที่ออกแบบมาเพื่อเก็บฐานอก จะช่วยดึงเนื้อหน้าอกเข้าด้านใน ทำให้ทรงดูชิดและเนียนสวยมากขึ้น เหมาะกับการใส่เสื้อเข้ารูป
3. ทรงแอปเปิ้ล (Green Apple)
หน้าอกกลม เต็มสวย มีเนื้ออกสม่ำเสมอ ถือเป็นทรงที่ใส่บราได้หลากหลาย
แนะนำ : สามารถเลือกได้ทั้งบราแบบมีโครงและแบบไม่มีโครง ทรงที่แนะนำคือ Full Cup Bra / Demi Bra และ T-Shirt Bra แต่ละแบบขึ้นอยู่กับความสบายและสไตล์การแต่งตัว ถ้าสาว ๆ ต้องการลุคสบาย ๆ ในชีวิตประจำวัน บราไร้โครงก็เป็นตัวเลือกที่ดี
4. ทรงสับปะรด (Pineapple)
หน้าอกใหญ่ พุ่งชัน มีน้ำหนัก อาจรู้สึกไม่สบายตัวหากเลือกบราที่ไม่รองรับที่ดีพอ
แนะนำ : เลือกบราแบบ Full Cup Bra หรือ Minimizer Bra ที่ช่วยรองรับน้ำหนัก เก็บเนื้อหน้าอกให้เป็นทรง ลดความเทอะทะ และช่วยให้รูปร่างดูสมดุล เหมาะกับการใส่ทำงานหรือใส่ทั้งวัน
5. ทรงสตรอว์เบอร์รี (Strawberry)
ลักษณะหน้าอกขนาดเล็กถึงกลาง แต่ค่อนข้างห่าง และมีฐานอกกว้าง
แนะนำ : เลือกบราที่ช่วยกระชับและยกอกให้ชิดอย่างทรง Push-up Bra ได้เลย ส่วนถ้าใครอยากเน้นร่องอกเซ็กซี่นิด ๆ ทรง Plunge Bra หรือบราแบบมีตะขอหน้าทรง Front Closure Bra ก็ช่วยให้หน้าอกดูเต็มและมีร่องอกอย่างเป็นธรรมชาติ เพิ่มความมั่นใจเวลาสวมใส่เสื้อคอลึกมากขึ้น
6. ทรงลูกแพร์ (Pear)
เป็นหน้าอกที่มีลักษณะหย่อนคล้อย เนื้ออกนิ่ม น้ำหนักลงด้านล่าง
แนะนำ : บราที่มีโครงแข็งแรง และมีโครงสร้างรองรับด้านล่าง ทรงที่แนะนำ Full Cup Bra และ Underwire Bra จะช่วยยกกระชับทรงอกให้ดูสูงขึ้น ลดการหย่อนคล้อย และช่วยให้สวมใส่สบายในระยะยาว
ทริคเลือกชุดชั้นในที่ใช่สำหรับสาว Helena
ก่อนจะเลือกทรงบราแบบไหน สิ่งแรกที่สาว ๆ ไม่ควรมองข้ามคือ การวัดไซส์ให้ถูกต้อง ควรวัดทั้งรอบอก และรอบใต้หน้าอก แล้วนำเลขที่ได้มาเปรียบเทียบเพื่อหาคัพที่เหมาะกับตัวเอง เพราะหากใส่ชุดชั้นในผิดไซส์ อาจทำให้เกิดปัญหาหน้าอกล้น คับ แน่น หรือหลวมเกินไป ซึ่งไม่เพียงส่งผลต่อความสบาย แต่ยังทำให้บุคลิกโดยรวมดูไม่เป๊ะอย่างที่ควรจะเป็น
นอกจากเรื่องไซส์แล้ว ดีไซน์และเนื้อผ้า ก็สำคัญไม่แพ้กัน ควรเลือกชุดชั้นในที่ทำจากวัสดุระบายอากาศได้ดี ไม่ระคายผิว และให้ความรู้สึกสบายตลอดวัน พร้อมเลือกดีไซน์ที่ช่วยเสริมความมั่นใจในแบบของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นบราลูกไม้ที่ให้ลุคหวานละมุน ผ้า Microfiber ที่แนบกระชับ น้ำหนักเบา หรือผ้านุ่มที่เหมาะกับการใส่ในชีวิตประจำวัน เมื่อเลือกชุดชั้นในได้ทั้งไซส์ที่พอดี เนื้อผ้าที่ใช่ และดีไซน์ที่ชอบ ก็จะช่วยให้สาว Helena ใส่แล้วมั่นใจ สบาย และมีหน้าอกสวยเป๊ะได้ทุกวัน
การเลือกชุดชั้นในไม่ควรมองแค่เรื่องทรงหรือสีสวยเพียงอย่างเดียว แต่ควรเริ่มจากการทำความเข้าใจ รูปทรงอกของตัวเองให้ชัดเจน แล้วเลือกบราที่ออกแบบมาให้ตอบโจทย์กับทรงนั้นโดยเฉพาะ เมื่อผสานกับเทคนิคการเลือกไซส์และเนื้อผ้าที่เหมาะสมตามที่แนะนำไว้ รับรองว่าสาว ๆ จะได้ทั้งความสวย ความมั่นใจ และความสบายในทุกวัน