NIVEA ครบ 100 ปีในไทย จากตลับน้ำเงินสู่การดูแลผิวที่เข้าใจคนไทย
ถ้าพูดถึง NIVEA หลายคนน่าจะนึกถึง “ตลับสีน้ำเงิน” ที่คุ้นตากันมานาน แต่รู้ไหมว่า ปีนี้ NIVEA อยู่กับคนไทยมาครบ 100 ปีแล้ว หลังเริ่มเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ปี ค.ศ. 1926 ตลอดเวลาที่ผ่านมา แบรนด์ไม่ได้หยุดอยู่แค่ผลิตภัณฑ์ไอคอนิกที่หลายคนรู้จัก แต่ยังพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เปลี่ยนไปตามความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละยุค และในวาระครบรอบ 100 ปีนี้ NIVEA ก็เดินหน้าต่อภายใต้แนวคิด “NIVEA is for Skin” โดยนำความรู้ด้าน Skin Science มาผสานกับความเข้าใจเรื่องสภาพผิวและไลฟ์สไตล์ของคนไทยมากขึ้น
100 ปี NIVEA ในประเทศไทย จากตลับสีน้ำเงินสู่การดูแลผิวที่หลากหลาย
ตลอด 100 ปีที่ผ่านมา NIVEA ค่อย ๆ พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เปลี่ยนไปตามความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละยุค จาก NIVEA Creme ตลับสีน้ำเงิน ที่หลายคนคุ้นเคย วันนี้แบรนด์มีผลิตภัณฑ์ดูแลผิวครอบคลุมมากขึ้น ทั้งผิวกาย ผิวหน้า ผลิตภัณฑ์เพื่อผิวกระจ่างใส ผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวจากแสงแดด ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชาย รวมถึงผลิตภัณฑ์ดูแลผิวใต้วงแขนและริมฝีปาก
นอกจากการต่อยอดผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ แล้ว ผลิตภัณฑ์ไอคอนิกของแบรนด์ก็ยังคงได้รับความสนใจ ปี 2025 เพียงปีเดียว ผลิตภัณฑ์ไอคอนิกสามารถดึงดูดผู้บริโภครายใหม่ได้ถึง 2.6 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งภาพที่สะท้อนว่า แม้ผลิตภัณฑ์จะอยู่ในตลาดมายาวนาน แต่หากยังตอบโจทย์ปัญหาผิวและความต้องการของผู้บริโภคได้ ก็ยังมีพื้นที่ให้เติบโตต่อไปได้
คุณวราพร ลิขิตจรรยากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สิ่งสำคัญตลอด 100 ปีของ NIVEA ในประเทศไทย ไม่ได้มีแค่การอยู่ในตลาดมายาวนาน แต่คือความไว้วางใจของผู้บริโภคไทย และความไว้วางใจนี้ก็ทำให้แบรนด์ต้องไม่หยุดทำความเข้าใจว่าผู้บริโภคต้องการอะไร ยิ่งวันนี้ความต้องการด้านการดูแลผิวมีความหลากหลายและเฉพาะเจาะจงมากขึ้น ผู้บริโภคไม่ได้มองแค่เนื้อสัมผัสหรือคุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ แต่ยังให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพ ความรู้สึกขณะใช้ ความเหมาะกับสภาพอากาศและไลฟ์สไตล์ด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลที่ NIVEA นำ Skin Science มาผสานกับความเข้าใจผู้บริโภคมากขึ้น
เจาะความต้องการผิวคนไทย สู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วย Skin Science
หนึ่งในข้อมูลที่สะท้อนความต้องการของผู้บริโภคไทยได้ค่อนข้างชัด คือ Demand Space ของตลาด Body Care ในประเทศไทย ความต้องการด้าน Even Tone หรือผิวกระจ่างใสและสีผิวสม่ำเสมอ คิดเป็น 74% ของตลาด ขณะที่อีก 26% เป็นความต้องการด้าน Moisture หรือการเติมความชุ่มชื้น
ตัวเลขนี้สะท้อนว่า ผู้บริโภคเริ่มมองหาการดูแลผิวที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น ไม่ได้ต้องการเพียงการบำรุงผิวขั้นพื้นฐาน แต่ยังให้ความสำคัญกับเรื่องผิวที่ดูกระจ่างใสและมีสีผิวสม่ำเสมอด้วย ขณะเดียวกัน เรื่องความชุ่มชื้นก็ยังเป็นอีกหนึ่งความต้องการสำคัญ โดย 32% หรือเกือบ 1 ใน 3 ของผู้บริโภคมีความกังวลเรื่องผิวแห้ง ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ในหลายบริเวณของร่างกาย ตั้งแต่แขน ลำตัว ต้นขา ขาช่วงล่าง ไปจนถึงแผ่นหลังและมือ ทำให้ทั้ง Moisturization และการเสริมความแข็งแรงให้ Skin Barrier ยังคงเป็นโจทย์สำคัญ แม้ประเทศไทยจะมีสภาพอากาศร้อนและมีความชื้นสูงก็ตาม
จากความต้องการที่แตกต่างกันนี้ NIVEA จึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีหลายรูปแบบมากขึ้น ตั้งแต่ NIVEA Creme เนื้อครีมเข้มข้นสำหรับการบำรุงผิวแห้งกร้าน ไปจนถึง NIVEA Body Milk สำหรับเติมความชุ่มชื้นในชีวิตประจำวัน รวมถึงผลิตภัณฑ์ในรูปแบบโลชั่นและเซรั่ม สำหรับผู้บริโภคที่ต้องการประสิทธิภาพในการบำรุงควบคู่กับเนื้อสัมผัสที่บางเบาและใช้งานง่าย
จึงเห็นได้ว่า การพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ NIVEA ไม่ได้มองแค่เรื่องว่าผิวต้องการอะไร แต่ยังรวมถึงการทำความเข้าใจว่า ผู้บริโภคต้องการประสบการณ์การใช้งานแบบไหน เพื่อให้ผลิตภัณฑ์เข้ากับสภาพผิวและไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น
NIVEA เปิดตัว NIVEA Skin Refining Body Serum เติมความชุ่มชื้นแบบบางเบา
NIVEA เปิดตัว NIVEA Skin Refining Body Serum มอยส์เจอไรซิ่งเซรั่มตัวแรกของแบรนด์ ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์คนที่อยากเติมความชุ่มชื้นให้ผิว แต่ไม่ชอบความรู้สึกเหนียวเหนอะหนะ โดยมาในรูปแบบเซรั่มเนื้อบางเบา ซึมซาบไว และให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวยาวนานถึง 72 ชั่วโมง
แม้ความชุ่มชื้นจะเป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลผิว แต่ก็ยังเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่ม NIVEA Moisturization เติบโตมากกว่าตลาดถึง 5 เท่า ซึ่งสะท้อนว่าความต้องการผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลผิวแห้งและเติมความชุ่มชื้นยังคงมีอยู่มาก
จาก NIVEA Creme เนื้อครีมเข้มข้นที่หลายคนคุ้นเคย มาสู่ Body Serum เนื้อบางเบา จึงเป็นอีกภาพที่เห็นได้ว่า แม้โจทย์เรื่องความชุ่มชื้นจะยังคงเดิม แต่รูปแบบการใช้งานของผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนไป NIVEA จึงพัฒนาทั้งสูตรและเนื้อสัมผัสให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันมากขึ้น
NIVEA x Sundae Kids เปิดตัว Limited Edition 3 ลาย เติมความสดใหม่ ให้ตลับน้ำเงินไอคอนิก
อีกหนึ่งความพิเศษในโอกาสครบรอบ 100 ปีของ NIVEA ในประเทศไทย คือการนำ NIVEA Creme ตลับน้ำเงิน มาตีความใหม่ผ่านผลงานของ Sundae Kids ศิลปินไทยที่มีสไตล์ภาพวาดเป็นเอกลักษณ์และได้รับความสนใจในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ครั้งนี้ทั้งสองแบรนด์ร่วมกันออกแบบ NIVEA x Sundae Kids Limited Edition 3 ลายสุดน่ารัก เพื่อเติมความสนุกและความสดใหม่ให้กับผลิตภัณฑ์ไอคอนิกที่หลายคนคุ้นเคย โดยคอลเลกชันนี้จัดทำขึ้นสำหรับประเทศไทย และถือเป็นครั้งแรกที่ NIVEA Creme ร่วมงานกับศิลปินไทย
การคอลแลบครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นแค่การเปลี่ยนดีไซน์ของแพ็กเกจเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกวิธีที่ NIVEA ใช้เชื่อมผลิตภัณฑ์ที่มีประวัติยาวนานกว่า 100 ปีให้เข้าใกล้ผู้บริโภคในแต่ละเจเนอเรชันมากขึ้น พร้อมทำให้ “ตลับน้ำเงิน” ที่คุ้นตายังคงมีความสดใหม่ในแบบของยุคปัจจุบัน และในอีกมุมหนึ่ง การนำงานของศิลปินรุ่นใหม่เข้ามาผสมกับผลิตภัณฑ์ไอคอนิก ก็สอดคล้องกับทิศทางของ NIVEA ที่ไม่ได้มองแค่การรักษาภาพจำเดิมของแบรนด์ แต่ยังพยายามพัฒนาทั้งผลิตภัณฑ์และวิธีการสื่อสารให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปด้วย
ตลอด 100 ปี NIVEA เดินทางจากตลับน้ำเงินที่หลายคนคุ้นเคย มาสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในแต่ละยุค และจากนี้แบรนด์ก็ยังคงเดินหน้าทำความเข้าใจเรื่องผิวให้มากขึ้น ภายใต้แนวคิด “NIVEA is for Skin” เพื่อพัฒนาการดูแลผิวที่เข้ากับความต้องการของคนไทยต่อไป