อยากผอมแต่ไม่อยากวิ่ง

อยากผอมแต่ไม่อยากวิ่ง
อยากผอมแต่ไม่ชอบออกกำลังกาย ใช้วิธีนี้

  • อยากผอมแต่ไม่ชอบวิ่ง > ก็ไปออกกำลังกายอย่างอื่นสิ
  • อยากผอมแต่ไม่อยากออกกำลังกาย > เอ๊า! แล้วจะลดน้ำหนักวิธีไหน
  • มีวิธีที่ดีกว่าออกกำลังกายไหม > คุมอาหารไง
  • อยากกินแบบไม่เครียดอะ > งั้นไม่ต้องทำอะไร ปล่อยให้ตุ๊ต๊ะอย่างนั้นแหละ

จะลดน้ำหนักทั้งที ทำไม่มันยากอย่างนี้ รู้นะว่าเงื่อนไขเยอะ แต่มันขี้เกียจอะ ลึก ๆ ก็อยากออกกำลังกายแหละ แต่มันมีวิธีที่ง่าย ไม่ต้องลำบากกาย แล้วยังสบายใจไหมอะ ?

มีดิ! แค่เธอมีรองเท้าสำหรับวิ่ง + เพื่อนสัก 2 – 3 คน + จิตใจที่ผ่อนคลาย แล้วไป “เดิน” นี่แหละเข้าคอนเซปต์อยากผอมแต่ไม่อยากวิ่ง ไม่อยากออกกำลังกายแบบอื่น เหมาะกับคนอยากออกกำลังกายแต่ขี้เกียจสุด ๆ แล้ว แถมเผาผลาญไขมันได้มากกว่าการวิ่งเสียอีก 

ทำไมการเดินถึงลดไขมันได้เยอะกว่าการวิ่ง

อยากผอมแต่ไม่อยากวิ่ง อยากผอมแต่ไม่อยากออกกำลังกาย ให้เปลี่ยนเป็นเดิน เพราะการเดินเผาผลาญไขมันได้มากกว่า

ความจริงแล้วการเดินนั้นสามารถเผาผลาญไขมันได้ 70-85% เลย เมื่อเทียบกับการวิ่งแล้วจะเผาผลาญไขมันได้แค่ 50% เท่านั้น ยิ่งวิ่งสปีดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเผาผลาญไขมันได้น้อย แล้วที่การเดินเผาผลาญไขมันได้เยอะก็เพราะว่าเราใช้พลังงานน้อย หายใจทัน และไม่ต้องเหนื่อย ซึ่งมันทำให้เราสามารถเดินเรื่อย ๆ ได้เป็นชั่วโมง ร่างกายจึงนำไขมันมาเผาผลาญได้มาก

ต่างจากการวิ่งเร็วที่ต้องใช้พลังเยอะ ทำให้เราหายใจไม่ทัน และไม่สามารถทำติดต่อกันนาน ๆ ได้ เหนื่อยก็ต้องพัก เผาผลาญไขมันได้นิดหน่อยก็ต้องหยุดเสียแล้ว แต่ไปเผาผลาญคาร์โบฯ เยอะแทน เนื่องจากคาร์โบฯ ให้พลังงานได้เร็วกว่า ดังนั้น การเดินที่ยาวนานและช้ากว่า ร่างกายจะเริ่มใช้ไขมันเป็นแหล่งพลังงานนั่นเอง

เข้าใจง่าย ๆ คือ  ‘เดิน เผาผลาญไขมันได้เยอะ แต่เผาผลาญคาร์โบฯ ได้น้อย’

                           ‘วิ่งเร็ว ๆ เผาผลาญไขมันได้น้อย แต่เผาผลาญคาร์โบฯ ได้เยอะ’

แล้วเดินกับวิ่งอันไหนผอมเร็วกว่ากัน

ตาม Common Sense ก็ต้องบอกว่าวิ่งทำให้น้ำหนักลดเร็วกว่าอยู่แล้ว เพราะการเผาผลาญคาร์โบฯ เป็นการลดอัตราการเพิ่มจำนวนของเซลล์ไขมัน ทำให้ไม่มีไขมันมาสะสมเพิ่ม อาจจะลดไขมันเก่าได้นิดหน่อย โดยการวิ่งจะเผาผลาญพลังงานได้ 600 – 700 kcal /ชั่วโมง แต่การเดินจะเผาผลาญได้แค่ 200 – 300 kcal /ชั่วโมง ถ้าถามว่าทำไมน้อยจัง ทั้ง ๆ ที่เผาผลาญไขมันเยอะกว่า

ก็ต้องตอบว่ามันไม่สำคัญว่าเราจะใช้พลังงานจากไขมันหรือคาร์โบฯ การสูญเสียไขมันไม่ได้แปลว่าเราเผาผลาญแคลอรีได้เยอะกว่า เพราะสำหรับการลดน้ำหนักแล้ว เราควรโฟกัสการเอาแคลอรีออกให้มากกว่าเอาแคลอรีเข้า ดังนั้น สำหรับคนอยากผอมแต่ไม่ชอบวิ่งก็ต้องแลกมาด้วยข้อจำกัดว่าจะลดน้ำหนักได้ช้าอยู่แล้ว แต่มันก็ยังดีกว่านั่งเฉย ๆ แล้วรอให้ผอมเอง ซึ่งเราก็รู้ดีว่าไม่มีทางเป็นไปได้

สรุปคือ การเดินแม้จะเผาผลาญไขมันได้เยอะกว่าก็จริง แต่แคลอรีที่ออกไปก็น้อยเช่นกัน เพราะช้ากว่าการวิ่ง ไขมันเก่าจึงค่อย ๆ ถูกนำออกมาใช้ แต่การวิ่งต้องใช้พลังงานเยอะ แคลอรีที่ออกไปก็ต้องเยอะตาม เพียงแต่เน้นความเร็ว ร่างกายจึงต้องเอาพลังงานที่ใช้ได้เร็ว ๆ โดยการดึงคาร์โบฯ ออกมาก่อนไขมันนั่นเอง

มันอาจจะดูงี่เง่าที่เราอยากผอม แต่ไม่อยากออกกำลังกาย ไม่อยากวิ่ง ไม่อยากคุมอาหาร แต่ถ้าเราไม่ยอมแลกอะไรเลยก็คงต้องยอมรับกับหุ่นของตัวเอง เพราะฉะนั้น ถ้าอยากผอมแต่ไม่ชอบวิ่ง ไม่อยากออกกำลังกายแบบอื่น ก็ไปเดินให้สบายใจจะดีกว่า เจียดเวลาไปเดินกับเพื่อนวันละ 1-2 ชม. เมาท์มอยเพลิน ๆ เบิร์นไขมันขำ ๆ แค่นี้ก็เผาผลาญแล้ว อย่างน้อยถ้าไม่ผอมลง ก็ยังดีกว่ารอให้มันเพิ่มขึ้นโดยที่เราไม่ทำอะไรเลย