แต่งหน้าให้ติดทนทั้งวัน! เทคนิคแต่งหน้าหน้าฝน ไม่เยิ้ม ไม่ดรอป
เคยเป็นกันไหมคะสาว ๆ ตอนเช้าแต่งหน้าออกจากบ้านแบบสวยเป๊ะ แต่พอตกบ่ายเมคอัพกลับเริ่มดรอป รองพื้นเป็นคราบ แป้งหลุด บลัชออนจางหายไปครึ่งหน้า โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนที่ต้องเจอทั้งอากาศร้อนชื้น เหงื่อ ความชื้น และฝนที่พร้อมทำลายเมคอัพได้ตลอดเวลา จนหลายคนเริ่มสงสัยว่า แต่งหน้าให้ติดทนทั้งวันต้องทำยังไง หรือถ้าเป็นคนหน้ามันแต่งหน้ายังไงให้ไม่เยิ้มระหว่างวัน
นอกจากนี้การใช้ชีวิตในออฟฟิศที่ต้องสลับระหว่างอากาศร้อนด้านนอกกับห้องแอร์เย็น ๆ ยังอาจทำให้เกิดปัญหา “หน้าเยิ้มแต่ผิวแห้ง” หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “Office Air Theory” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เมคอัพหลุดง่ายกว่าที่คิด สำหรับใครที่กำลังมองหาเทคนิคแต่งหน้าหน้าฝนให้สวยเป๊ะตั้งแต่เช้าจรดเย็น วันนี้ Helena Thailand ได้รวบรวม 10 วิธีแต่งหน้าให้ติดทนทั้งวัน พร้อมเคล็ดลับเตรียมผิว ลงเมคอัพ และล็อกงานผิวให้อยู่หมัดแม้ในวันที่อากาศแปรปรวนมาฝากกันค่ะ
สาเหตุที่ทำให้แต่งหน้าไม่ติดทน เมคอัพหลุดระหว่างวัน?
ก่อนจะไปดูเทคนิคแต่งหน้าให้ติดทนทั้งวัน ลองมาดูกันก่อนดีกว่าค่ะว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เมคอัพหลุดง่ายระหว่างวัน เพราะหลายคนอาจคิดว่าปัญหานี้เกิดจากหน้ามันเพียงอย่างเดียว แต่จริง ๆ แล้วพฤติกรรมการบำรุงผิว ขั้นตอนการแต่งหน้า รวมถึงสภาพแวดล้อมรอบตัวก็มีส่วนสำคัญไม่แพ้กัน โดยสาเหตุที่พบได้บ่อยมีดังนี้
- ผิวขาดความชุ่มชื้น
- ผิวผลิตน้ำมันมากเกินไป
- ลงสกินแคร์หนักเกินความจำเป็น
- ไม่ใช้ไพรเมอร์ก่อนแต่งหน้า
- ลงรองพื้นหนาเกินไป
- ไม่เซ็ตเมคอัพหลังแต่งหน้า
- อยู่ในห้องแอร์ตลอดวันจนผิวเสียสมดุล
หลายคนอาจไม่รู้ว่าผิวที่ขาดน้ำสามารถกระตุ้นให้ผิวผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น เพื่อชดเชยความแห้งได้เช่นกัน ส่งผลให้เมคอัพไหลเยิ้มและหลุดระหว่างวันได้ไม่ต่างจากคนผิวมัน เมื่อรู้ต้นตอของปัญหาแล้ว มาดูกันต่อเลยว่าต้องแต่งหน้ายังไงให้เมคอัพติดทน สวยเป๊ะตั้งแต่เช้าจนเย็น
1. เริ่มจาการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นพอดี
ขั้นตอนสำคัญของการแต่งหน้าให้ติดทนทั้งวันคือ “การเตรียมผิว” เพราะถ้าผิวแห้งเกินไป รองพื้นอาจเกาะผิวไม่สม่ำเสมอ ตกร่อง หรือเป็นคราบได้ง่าย แต่ถ้าลงสกินแคร์หนักเกินไปจนผิวเหนอะหนะ เมคอัพก็มีโอกาสไหลเยิ้มระหว่างวันได้เช่นกัน แนะนำให้เลือกมอยส์เจอไรเซอร์เนื้อบางเบา ซึมง่าย และเหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง โดยเฉพาะช่วงแต่งหน้าหน้าฝนที่อากาศร้อนชื้น ควรหลีกเลี่ยงสกินแคร์เนื้อหนักเกินความจำเป็น จากนั้นรอให้สกินแคร์เซ็ตตัวประมาณ 5-10 นาที ก่อนเริ่มลงเมคอัพ เมื่อผิวมีความชุ่มชื้นในระดับที่พอดี เครื่องสำอางจะเกาะผิวได้ดีขึ้น รองพื้นดูเรียบเนียน และช่วยลดปัญหาเมคอัพดรอประหว่างวันได้
2. อย่าลืมใช้ไพรเมอร์ก่อนลงรองพื้น
ไพรเมอร์เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญสำหรับคนที่อยากแต่งหน้าให้ติดทนทั้งวัน เพราะช่วยเตรียมผิวให้พร้อมก่อนลงรองพื้น ช่วยเบลอรูขุมขน ปรับผิวให้ดูเรียบเนียนขึ้น และช่วยให้รองพื้นเกาะผิวได้ดีขึ้น จึงลดโอกาสเกิดคราบหรือเมคอัพหลุดระหว่างวัน
สำหรับคนที่สงสัยว่าหน้ามันแต่งหน้ายังไงให้ไม่เยิ้มง่าย แนะนำให้เลือกไพรเมอร์สูตรควบคุมความมัน โดยเน้นลงเฉพาะบริเวณที่มันง่าย เช่น หน้าผาก จมูก และคาง หรือบริเวณ T-Zone ส่วนคนผิวแห้งควรเลือกไพรเมอร์สูตรเพิ่มความชุ่มชื้น เพื่อช่วยให้รองพื้นไม่ตกร่องและไม่ดูเป็นขุย ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องลงไพรเมอร์หนาทั่วหน้า ให้ใช้ในปริมาณพอดีและเกลี่ยบาง ๆ ก็ช่วยให้เมคอัพติดทนและดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
3. เลือกรองพื้นให้เหมาะกับสภาพผิว
หากอยากแต่งหน้าให้ติดทนทั้งวัน การเลือกรองพื้นให้เหมาะกับสภาพผิวถือเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญ เพราะต่อให้รองพื้นราคาแพงหรือเป็นรุ่นยอดนิยมแค่ไหน แต่ถ้าไม่เหมาะกับผิวของตัวเองก็อาจทำให้เมคอัพหลุด เป็นคราบ หรือดรอประหว่างวันได้
สำหรับอากาศร้อนชื้นและฝนตกบ่อยแบบประเทศไทย ควรเลือกรองพื้นที่มีคุณสมบัติ Long-Wear, Sweat Resistant, waterproof หรือ Transfer Proof เพื่อช่วยให้เมคอัพทนต่อเหงื่อ ความชื้น และการเสียดสีได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ คนผิวมันอาจเลือกสูตรคุมมัน หรือเนื้อกึ่งแมตต์ ส่วนคนผิวแห้งควรเลือกสูตรที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นและให้งานผิวดูเป็นธรรมชาติ เพื่อลดปัญหารองพื้นเป็นขุยหรือตกร่องระหว่างวัน
4. ลงรองพื้นบาง ๆ แล้วค่อยเพิ่มระดับการปกปิด
หลายคนเข้าใจผิดว่ายิ่งลงรองพื้นหนา ยิ่งปกปิดดีและติดทนมากขึ้น แต่ในความเป็นจริง การลงรองพื้นหนาเกินไปกลับเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เมคอัพเป็นคราบ หลุดลอก หรือไหลเยิ้มได้ง่าย โดยเฉพาะในช่วงแต่งหน้าหน้าฝนที่ต้องเจอกับอากาศร้อนและความชื้นสูง
เทคนิคที่ช่างแต่งหน้ามืออาชีพนิยมใช้คือ การลงรองพื้นในปริมาณบาง ๆ ให้ทั่วใบหน้าก่อน จากนั้นใช้ฟองน้ำหรือพัฟกดเบา ๆ เพื่อให้เนื้อรองพื้นแนบสนิทไปกับผิว แล้วค่อยเพิ่มการปกปิดเฉพาะจุดที่ต้องการ เช่น รอยสิว รอยแดง หรือรอยคล้ำใต้ตา วิธีนี้จะช่วยให้เมคอัพดูบางเบา ผิวดูเป็นธรรมชาติ ไม่หนักหน้า และมีโอกาสติดทนตลอดวัน ได้ดีกว่าการโบกรองพื้นหนา ๆ ตั้งแต่แรก
อีกหนึ่งเคล็ดลับคือ ควรลงรองพื้นทีละน้อยและค่อย ๆ เพิ่มระดับการปกปิดตามต้องการ เพราะการสร้างเลเยอร์บาง ๆ จะช่วยให้รองพื้นยึดเกาะผิวได้ดีกว่า และลดโอกาสเกิดคราบระหว่างวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
5. ใช้คอนซีลเลอร์เฉพาะจุดแทนการโบกรองพื้นทั่วหน้า
หากมีปัญหารอยสิว รอยแดง หรือรอยคล้ำใต้ตา ไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณรองพื้นจนหนาเกินไป เพราะอาจทำให้เมคอัพดูหนักหน้าและเกิดคราบได้ง่ายระหว่างวัน วิธีที่ช่วยให้แต่งหน้าให้ติดทนทั้งวันมากขึ้นคือ การใช้คอนซีลเลอร์ช่วยปกปิดเฉพาะจุดที่ต้องการแทน
เทคนิคนี้จะช่วยลดจำนวนชั้นของเมคอัพบนผิว ทำให้ผิวดูบางเบา เป็นธรรมชาติ และลดโอกาสที่รองพื้นจะหลุดหรือไหลเยิ้มเมื่อเจอกับเหงื่อ ความมัน และความชื้น โดยเฉพาะในช่วงแต่งหน้าหน้าฝนที่สภาพอากาศค่อนข้างร้อนและชื้น การลงเมคอัพเท่าที่จำเป็นจะช่วยให้ผิวดูสวยติดทนนานกว่าเดิม
6. เซ็ตผิวด้วยแป้งอย่างถูกวิธี
อีกหนึ่งเคล็ดลับสำคัญของการแต่งหน้าให้ติดทนทั้งวัน คือ การเซ็ตเมคอัพด้วยแป้ง แต่การลงแป้งมากเกินไปไม่ได้หมายความว่าจะช่วยให้เมคอัพติดทนมากขึ้นเสมอไป เพราะเมื่อแป้งสะสมบนผิวมากเกินไป อาจทำให้เกิดคราบหรือเป็นปื้นได้ง่ายเมื่อเจอเหงื่อและความชื้น วิธีที่แนะนำคือ ใช้พัฟกดแป้งเบา ๆ บริเวณ T-Zone ซึ่งเป็นจุดที่มักเกิดความมันได้ง่าย เช่น หน้าผาก จมูก และคาง ส่วนบริเวณแก้มสามารถใช้แปรงปัดแป้งบาง ๆ เพื่อคงความเป็นธรรมชาติของงานผิวเอาไว้
สำหรับคนผิวมัน ควรเลือกใช้แป้งฝุ่นโปร่งแสง (Translucent Powder) เพื่อช่วยควบคุมความมันโดยไม่ทำให้เมคอัพดูหนาจนเกินไป ขณะที่คนผิวแห้งควรลงแป้งเฉพาะจุดที่จำเป็น เพื่อลดโอกาสเกิดความแห้งหรือเมคอัพตกร่องระหว่างวัน เมื่อเซ็ตผิวอย่างพอดี เมคอัพจะดูเรียบเนียน ติดทน และไม่หนักหน้าจนเกินไป
7. เลือกเมคอัพเนื้อครีมก่อนเนื้อฝุ่น
อีกหนึ่งเทคนิคที่ช่างแต่งหน้าหลายคนนิยมใช้เพื่อให้เมคอัพติดทนยิ่งขึ้น คือ การทำ Layering Makeup หรือการลงผลิตภัณฑ์แบบเป็นชั้น ๆ โดยเริ่มจากผลิตภัณฑ์เนื้อครีมหรือเนื้อลิควิดก่อน แล้วจึงตามด้วยผลิตภัณฑ์เนื้อฝุ่นในโทนสีใกล้เคียงกัน เทคนิคนี้จะช่วยให้เม็ดสีติดแน่นกับผิวมากขึ้น ลดโอกาสที่สีจะจางหายระหว่างวัน และช่วยให้เมคอัพดูสดใหม่ได้นานขึ้น
อย่างไรก็ตาม ควรลงผลิตภัณฑ์แต่ละชั้นในปริมาณที่พอดี ไม่จำเป็นต้องลงหนักจนเกินไป เพราะอาจทำให้เมคอัพดูหนาและเกิดคราบได้ โดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อนชื้นหรือช่วงแต่งหน้าหน้าฝนที่ผิวมีโอกาสผลิตเหงื่อและความมันมากกว่าปกติ
8. ใช้สเปรย์ล็อกเมคอัพ (Setting Spray)
หากกำลังมองหาตัวช่วยแต่งหน้าให้ติดทนทั้งวัน Setting Spray ถือเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนที่ต้องเผชิญทั้งความชื้น เหงื่อ และอากาศร้อนตลอดวัน สเปรย์ล็อกเมคอัพมีหน้าที่ช่วยเคลือบผิวบาง ๆ หลังแต่งหน้าเสร็จ เพื่อให้เครื่องสำอางยึดเกาะผิวได้ดีขึ้น ลดความเป็นแป้ง ทำให้เมคอัพดูกลมกลืนไปกับผิวมากขึ้น และช่วยให้เมคอัพคงสภาพได้ยาวนานกว่าเดิม
วิธีใช้ที่ถูกต้องคือ ฉีดสเปรย์ห่างจากใบหน้าประมาณ 20-30 เซนติเมตร แล้วพ่นให้ทั่วใบหน้าอย่างสม่ำเสมอ จากนั้นปล่อยให้แห้งเองโดยไม่ต้องใช้มือแตะหรือเกลี่ยซ้ำ เพื่อไม่ให้เมคอัพเคลื่อนตัว เมื่อใช้อย่างถูกวิธี Setting Spray จะช่วยให้เมคอัพดูสดใหม่ ลดโอกาสหลุดลอก และพร้อมรับมือกับอากาศชื้นได้ดียิ่งขึ้น
9. ระวัง Office Air Theory ตัวการที่ทำให้หน้าดรอประหว่างวัน
สาวออฟฟิศหลายคนอาจเคยเจอปัญหา แต่งหน้าสวยเป๊ะตั้งแต่เช้า แต่พอตกเย็นผิวกลับดูหมอง เมคอัพไม่สดใสเหมือนตอนแรก ทั้งที่แทบไม่ได้ออกไปเจอแดดหรืออากาศภายนอกเลย หนึ่งในสาเหตุที่ถูกพูดถึงกันมากคือ Office Air Theory หรือผลกระทบจากการอยู่ในห้องปรับอากาศเป็นเวลานาน แม้คำนี้จะไม่ใช่ศัพท์ทางการแพทย์ แต่แนวคิดนี้ก็สอดคล้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับผิวได้จริง เพราะอากาศในห้องแอร์มักมีความชื้นต่ำ ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย เมื่อผิวขาดน้ำ ผิวอาจผลิตน้ำมันออกมามากขึ้นเพื่อรักษาสมดุล ส่งผลให้เมคอัพหลุดง่าย ดูหมอง หรือเป็นคราบระหว่างวันได้
วิธีรับมือคือ ควรดื่มน้ำให้เพียงพอตลอดวัน ใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่เหมาะกับสภาพผิวตั้งแต่ก่อนแต่งหน้า และหากต้องการเติมเมคอัพระหว่างวัน ควรซับความมันออกก่อนทุกครั้ง แทนการเติมแป้งซ้ำ ๆ เพราะอาจทำให้เมคอัพหนาและดูไม่เรียบเนียนกว่าเดิม
10. ซับมันให้ถูกวิธีระหว่างวัน
สำหรับคนที่กำลังสงสัยว่าหน้ามันแต่งหน้ายังไงให้เมคอัพยังสวยอยู่จนเย็น การจัดการความมันระหว่างวันถือเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้ขั้นตอนการแต่งหน้าเลย หลายคนมักรีบเติมแป้งทันทีเมื่อรู้สึกว่าหน้ามันขึ้น แต่ความจริงแล้วการเติมแป้งทับบนความมันที่สะสมอยู่บนผิว อาจทำให้เมคอัพจับตัวเป็นคราบ ดูหนา และไม่เรียบเนียนได้
วิธีที่ถูกต้องคือ ใช้กระดาษซับมันหรือทิชชูเนื้อนุ่มซับบริเวณที่มีความมันส่วนเกินออกก่อน โดยค่อย ๆ กดซับเบา ๆ ไม่ควรถูหรือเช็ดแรง ๆ เพราะอาจทำให้รองพื้นและเมคอัพหลุดติดออกมาด้วย จากนั้นจึงค่อยเติมแป้งเฉพาะจุดที่จำเป็น เช่น บริเวณ T-Zone หรือจุดที่เริ่มมีความเงา เทคนิคง่าย ๆ นี้จะช่วยให้เมคอัพดูสดใหม่มากขึ้น ลดโอกาสเกิดคราบ และช่วยให้ลุคแต่งหน้าให้ติดทนทั้งวันได้ดีกว่าการเติมแป้งซ้ำหลายรอบ
การแต่งหน้าให้ติดทนทั้งวันไม่ได้ขึ้นอยู่กับการลงเครื่องสำอางให้หนาขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเริ่มต้นจากการเตรียมผิวให้พร้อม เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิว และใช้เทคนิคการลงเมคอัพอย่างถูกวิธีในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเติมความชุ่มชื้นให้ผิว การใช้ไพรเมอร์ การเลือกรองพื้น การเซ็ตเมคอัพ ไปจนถึงการเติมหน้าระหว่างวันอย่างเหมาะสม
โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนที่ต้องเผชิญทั้งอากาศร้อน ความชื้น เหงื่อ และการสลับเข้าออกห้องแอร์อยู่ตลอด การรักษาสมดุลของผิวและหลีกเลี่ยงการลงเมคอัพหนักเกินความจำเป็น จะช่วยลดโอกาสเกิดปัญหารองพื้นเป็นคราบ หน้าเยิ้ม หรือเมคอัพดรอประหว่างวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพียงปรับเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นผิวมัน ผิวผสม หรือผิวแห้ง ก็สามารถแต่งหน้าหน้าฝนให้สวยติดทน ดูสดใส และมั่นใจได้ตั้งแต่เช้าจรดเย็น โดยไม่ต้องคอยเติมหน้าอยู่ตลอดทั้งวัน