อนิเมะ

7 ลิสต์อนิเมะญี่ปุ่น ที่ซ่อนอะไรไว้มากกว่าความสนุก

(No สปอยล์จ้า!!)

สถานการณ์กรุ่น ๆ ที่ต้อง WFH และต้องอยู่ติดห้อง แถมไม่ได้ไปไหนแบบนี้ มันต้องมีคนเหี่ยวเฉาแบบ Helena กันบ้างสิน่า จะออกกำลังกายก็ไม่มีแรง ทำงานอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมเฉย ๆ ก็จิตตก งั้นก็ต้องหาตัวช่วยแล้วแหละ เราเลยแนะนำให้หาสิ่งนุ่มฟู เบาสมองมาบำรุงใจ!

พักอะไรที่ Realistic มาดูสิ่งเบาสมองกันบ้าง Helena เลยปิ๊งไอเดีย คัดลิสต์ 7 อนิเมะญี่ปุ่น ที่นอกจากจะสนุกแล้ว พล็อตยังไม่กลวง และมีอะไรมาให้คิดตามเบาๆ นั่งดูคลายเครียดกันฉ่ำปอดไปเล้ย!

(No สปอยล์จ้า!!)

อนิเมะ

Ponyo (2008)

Ponyo หรือ โปเนียว ธิดาสมุทรผจญภัย เป็นอนิเมะตระกูล Studio Gibli (สตูดิโอจิบลิ) ที่ออกมาเมื่อปี 2008 โดยใช้วิธีร่างแบบการเคลื่อนไหวของคลื่น ทั้งใต้น้ำ และบนผิวน้ำด้วยมือทั้งหมด อนิเมะเรื่องนี้นำเสนอภาพของวิถีชีวิตของสิ่งมีชีวิติบนโลก ทั้งมนุษย์ ธรรมชาติ ทั้งบนบก และใต้น้ำ ที่เราต่างคนต่างรู้ ว่าต้องพึ่งพากันและกัน แต่ก็ไม่ได้ใยดีในเรื่องนี้นัก

ถ้าให้เล่าเรื่องย่อ ก็ดูเหมือนจะสปอยล์ใส่สาว ๆ ของเรา เลยขอรวบสั้น ๆ ว่าอนิเมะเรื่องนี้ เป็นเรื่องราวเหนือธรรมชาติของมนุษย์บนดิน และสิ่งมีชีวิตใต้น้ำ มีตัวนำเป็น Ponyo ปลาทองตัวน้อยวัย 5 ขวบ ที่หน้าตาน่ารักน่าหยิก พฤติกรรมของเธอก็เหมือนเด็กน้อยวัยที่กำลังอยากรู้อยากเห็น และ Sosuke (โซสุเกะ) เด็กชายวัย 5 ขวบ

เราได้ดูอนิเมะเรื่องนี้แล้ว ก็นึกเปรียบว่า Sosuke เสมือนตัวแทนของมนุษย์ และ Ponyo เป็นตัวแทนของธรรมชาติ  ทั้ง 2 มีความเข้าอกเข้าใจกัน เหมือนกับการที่มนุษย์ก็ควรเข้าใจธรรมชาติ และอยู่ร่วมกันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย

อนิเมะเรื่องนี้สอดแทรกข้อคิดได้เป็นอย่างดี ถ้าบ้านไหนมีเบบี๋ Helena ก็ขอแนะนำ เพราะน่ารักจิ้มลิ้มไปทั้งเรื่องเลย คนทำงานศิลปะ หรือสาว ๆ ที่หลงรักท้องทะเล จะต้องประทับใจแน่ ๆ เพราะภาพสวย สะกิดใจให้คนหันมารักสิ่งรอบตัว และเราจะเข้าใจธรรมชาติมากขึ้น

อนิเมะ

Only Yesterday (1991)

Only Yesterday หรือ ความทรงจำที่ไม่มีวันจาง เป็นอนิเมะเรื่องที่ 5 จากสตูดิโอ จิบลิ เรื่องราวของอนิเมะ มี ‘ความทรงจำจากอดีต’ เป็นตัวเชื่อมอดีต กับปัจจุบันของ Taeko (ทาเอโกะ) ตัวละครหลัก

อนิเมะเรื่องนี้ใช้ความทรงจำในวัยเด็ก อันเป็นสิ่งเลือนราง ที่เราจะสามารถจำรายละเอียดได้เพียงเล็กน้อย และไม่ปะติดปะต่อ เว้นเสียแต่ว่า ความทรงจำเหล่านั้นมีผลกับจิตใจอย่างมาก แต่ในทุกตารางนิ้วในร่างกาย และในจิตใจของเรา ล้วนมีที่มาที่ไป หรือได้รับอิทธิพลมาจากสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตทั้งนั้น อนิเมะเรื่องนี้ก็ใช้สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต ของ Taeko มานำเสนอว่ามันส่งผลต่อทุกสิ่งทุกอย่างในปัจจุบันของเธออย่างไร โดยเล่าเรื่องราวในปัจจุบันที่ดำเนินไปข้างหน้าเรื่อย ๆ และคั่นด้วยเรื่องราวจากอดีต เป็นความทรงจำสำคัญเก่า ๆ ที่มีผลกับเธอในปัจจุบัน แต่ไม่ต้องกังวลว่าการสลับอดีต และปัจจุบันไปมา จะงุนงงจนดูไม่รู้เรื่อง อนิเมะใช้การ Fade สี การเบลอขอบภาพออก เพื่อให้เราแยกอดีต และปัจจุบันได้ง่ายขึ้น

Only Yesterday เต็มไปด้วยความทรงจำระหว่างครอบครัว เพื่อนสมัยเด็ก และสถานที่ที่เคยอยู่ แถมตัวเรื่องยังกล่อมให้เราได้นึกถึงเรื่องราวของตัวเอง ความทรงจำลึก ๆ ที่เฟดไปมากแล้วให้กลับฟุ้งขึ้นมาใหม่ และได้พิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันกับตัวเอง Helena ดูแล้วคิดถึงชีวิตวัยเด็กของตัวเองชะมัด รับรองความน้ำตาซึมค่ะ จะเปิดดูกับผู้ใหญ่ที่บ้านก็ไม่เสียหาย เพราะอนิเมะใส่เรื่องราวของครอบครัวที่ตึงเครียด และเคร่งครัดลงไปพอสมควร ดูด้วยกันอาจฉุกใจใครบางคนก็ได้นะคะ ใครชอบบรรยากาศแบบญี่ปุ่นบ้าน ๆ ชานเมืองหน่อย ๆ แนะนำเลย

อนิเมะ

Let Me Eat Your Pancreas (2018)

I want to eat your pancreas (Kimino Suizo wo Tabetai) มีชื่อภาษาไทยแสนประหลาดว่า เพราะหัวใจใกล้ตับอ่อน แล้วทำไมต้องตับอ่อนกันนะ? อย่างนี้ค่ะสาว ๆ ชื่อของอนิเมะเรื่องนี้มาจาก ‘วลี’ ที่ผลิตมาจากความเชื่อดั้งเดิมของคนญี่ปุ่น เค้าเชื่อว่า ‘ถ้าเจ็บป่วยส่วนไหน ก็ให้กินอวัยวะส่วนนั้นของสัตว์ แล้วร่างกายจะแข็งแรงขึ้น’

อนิเมะเรื่องนี้ ดำเนินเรื่องโดยพระเอก ที่มีคาแรคเตอร์ Introvert แบบหนุ่มจืด ที่ดันไปบังเอิญเจอบันทึก ที่ทำให้รู้ว่า เพื่อนร่วมชั้น ซี่งเป็นนางเอก กำลังป่วยด้วยโรคตับอ่อนแอ และจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน แถมคนที่รู้เรื่องนี้ มีแค่เธอ และพี่ชาย เจ้าพระเอกแสนจางของเราก็เลยต้องช่วยเธอเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ และอยู่เคียงข้างเธอจนวินาทีสุดท้าย (ที่ก็ไม่ได้ตายด้วยโรคร้ายหรอกนะ)

12 ปีต่อมา พระเอกของเราได้กลับมาเป็นครูในโรงเรียนที่เคยเรียน และเขาก็ได้พบความลับบางอย่างของหญิงสาว ส่วนความลับจะเป็นอะไรนั้น อยากให้ไปลองดูกันต่อ

อนิเมะเรื่องนี้น้ำดีใช้ได้เลยแหละ บรรยากาศเป็นญี่ปุ่นในฤดูใบไม้ผลิ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นช่วงที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น และ I want to eat your pancreas ยังมีเวอร์ชัน Live Action ในชื่อ Let Me Eat Your Pancreas หรือ ‘ตับอ่อนเธอนั้นขอฉันเถอะนะ’ อีกด้วย (พระเอกหล่อมากกกก) ยิ่งทำให้ภาพจำของญี่ปุ่นจากหนังเรื่องนี้ ชัดขึ้นมาอีกเป็นกอง ลองไปทำความเข้าใจ ว่าทำไมต้องเป็น ‘ตับอ่อน’ ด้วยกันนะคะ

อนิเมะ

Grave of the Fireflies (1988)

ต่อให้ไม่เคยดู ก็ต้องเคยได้ยินชื่อ Grave of the Fireflies หรือ สุสานหิ่งห้อย อนิเมะในตำนานจากสตูดิโอจิบลิกันมาบ้าง ว่ากันว่า Grave of the Fireflies เป็นอนิเมะเรื่องที่เกินต้านที่จะไม่เสียน้ำตาให้จริง ๆ

เนื้อเรื่องดำเนินโดยสองพี่น้องที่กำพร้าแม่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 พี่ชายต้องดูแลน้องเพียงลำพัง ไม่ได้มีเหตุการณ์พิลึก พิสดารอะไรทั้งนั้น เป็นการดำเนินเรื่องเรียบ ๆ ว่าแต่ละวันพวกเขาใช้ชีวิตอย่างไร พี่ชายมีหน้าที่ดูแลน้องสาว ที่ยังเป็นแค่เด็กเล็ก เธอมีความสดใส และไร้เดียงสา วิ่งเล่นสนุกสนานไปตามประสา แต่เพราะอยู่ในภาวะสงคราม พวกเขาไม่มีเงินมากพอ ทำให้การกินอยู่เป็นไปอย่างอดอยาก และน่าสะเทือนใจ การเป็นอยู่ก็ไม่ดี ทำให้น้องสาวเกิดเจ็บป่วย และเกิดโศกอนาถตกรรมตามมา

เนื้อเรื่องสะท้อนความโหดร้ายของสงครามผ่านครอบครัวชนชั้นล่าง ที่ไม่สามารถทำอะไรได้ มันสะเทือนใจจนเราตั้งใจว่าจะไม่มีการดูอีกเป็นครั้งที่ 2 แต่เราก็เชื่อว่า การดูอนิเมะ หรือหนังสักเรื่องตอนเรายังเด็ก พอกลับมาดูตอนโต ความคิดที่มีต่อหนังของเราจะเปลี่ยน เพราะฉะนั้นมาดูไปด้วยกันนะคะ

อนิเมะ

*มีความลับในโปสเตอร์ของอนิเมะเรื่องนี้มาฝาก ถ้าเราลองปรับสีในโปสเตอร์ให้สว่างขึ้น จะพบว่าเงาสีดำบนท้องฟ้า คือเครื่องบินทิ้งระเบิด B-29 นั่นเอง แปลว่า สิ่งที่สองพี่น้องกำลังเล่นด้วยกัน ไม่ใช่หิ่งห้อย แต่เป็นระเบิดที่ถูกทิ้งลงมา

อนิเมะ

Fireworks (Uchiage Hanabi) (2017)

Fireworks (Uchiage Hanabi) หรือในชื่อภาษาไทย คือ ระหว่างเราและดอกไม้ไฟ คืออนิเมะที่มีบรรยากาศแบบฤดูร้อนของญี่ปุ่น เป็นเรื่องราวของกลุ่มเพื่อน ที่ถกเถียงกันว่า ‘ดอกไม้ไฟเป็นทรงกลมหรือทรงแบน ถ้ามองจากด้านข้าง’ พวกเขาต้องไปหาคำตอบกันในงานเทศกาลดอกไม้ไฟ และทบซ้อนด้วยเรื่องราวความรักของเด็กวัยรุ่นในคืนเทศกาลดอกไม้ไฟนั้น

เอาเป็นว่า Fireworks เป็นอนิเมะ Friend Zone เรื่องหนึ่งที่ภาพสวยล้ำมาก ๆ บวกด้วยเพลงประกอบอนิเมะ อย่างเพลง Uchiage Hanabi โดย DAOKO × Kenshi Yonezu ที่ฟังครั้งแรกแล้วให้ความรู้สึกถึงเทศกาลดอกไม้ไฟ และหน้าร้อน จนเรารู้สึกร้อนตามจริง ๆ นอกจากจะตื่นตาตื่นใจกับแสงสีที่จัดเต็มในอนิเมะเรื่องนี้แล้ว เค้ายังสอดแทรกมุมมองของตัวละครแต่ละคนที่มีต่อ ‘ดอกไม้ไฟ’ เอาไว้ เราจะได้เห็นถึงความหลากหลายทางความคิด ที่ตัวเรามองว่ามันเป็น 1 นี่นา แต่จริง ๆ แล้วมันก็เป็น 2 หรือจะเป็น 4 ก็ได้ นั่นเพราะเราคิดกันคนละแบบ อนิเมะเรื่องนี้จะสะท้อนให้เห็นการดำเนินชีวิต ความสัมพันธ์ และความคิดที่แตกต่างกันค่ะ

อนิเมะ

Your Name (Kimi no Na wa) (2016)

ไม่กล่าวถึงไม่ได้เลยสำหรับ Your Name (Kimi No na Wa) หรือ หลับตาฝันถึงชื่อเธอ ที่ไม่เพียงแค่จะฮิตถล่มทลายเป็นปรากฏการณ์ในญี่ปุ่นเท่านั้น ประเทศไทยของเราก็คลั่งอนิเมะเรื่องนี้ใช้ได้

Your Name เป็นผลงานของ Makoto Shinkai ปรมาจารย์แห่งวงการอนิเมะ ที่มีลายเส้นเป็นเอกลักษณ์ ตัวอนิเมะเรื่องนี้ เป็นแนว Romantic/ Sci-Fi เล่าถึงความรักของหนุ่มสาวสองคน ที่ถูกเชื่อมโยงดวงชะตากันด้วยดวงดาว และมี ‘ช่วงเวลาโพล้เพล้’ ที่ภาษาญี่ปุ่นโบราณเรียกว่า คะวะตะเระ (彼は誰) เป็นตัวเชื่อมอีกตัว เนื้อเรื่องของ Your Name ออกจะล้ำ แบบที่ดูครั้งแรกต้องมีสับสน และงงเล็กน้อย แต่เชื่อเถะ ว่าคุ้มค่าที่จะดูจริง ๆ

อนิเมะเรื่องนี้โดดเด่นด้วยลายเส้นเนี้ยบ ๆ ทั้งเมืองอิโตโมริ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถานที่จริงแห่งหนึ่ง หรือจะเป็นสถานที่ในโตเกียว ที่เหมือนจริงแบบเทียบกันได้, โทนสีแบบ Vanilla Sky ของช่วงเวลาโพล้เพล้ และดนตรีประกอบ ที่ยิ่งส่งให้อนิเมะเรื่องนี้สมบูรณ์แบบที่สุด ขับร้องโดย RADWIMPS ได้รับความนิยมในไทยอย่างมาก จนตัววงออกมาทวีตขอบคุณเป็นภาษาไทยเลยทีเดียว ถ้าจะมีเรื่องไหนฉุดให้เราดิ่งได้ทุกองค์ประกอบ ขอแนะนำ Your Name ไว้เป็น 1 ในตัวเลือกเลย

อนิเมะ

A Silent Voice (2016)

ปิดท้ายด้วย A Silent Voice หรือ รักไร้เสียง อนิเมะน้ำดีอีกเรื่อง ที่แม้จะไม่ได้ทำรายได้สูงลิ่วเท่า Your Name ที่ฉายในปีเดียวกัน แต่ A Silent Voice ก็จุดพลังเล็ก ๆ ให้คนตระหนักถึงการ Bully เพื่อนในโรงเรียน ที่ยังคงเกิดขึ้นจริงในญี่ปุ่น ผ่านอนิเมะเรื่องนี้

ความงดงามของ A Silent Voice บอกเล่าผ่านสาวน้อยวัยมัธยมที่พิการทางการได้ยิน จึงต้องใช้เครื่องช่วยฟัง ใช้ภาษามือ และสมุดโน้ตในการสื่อสาร เรื่องราวในโรงเรียนดำเนินไป จนกระทั่งคนรอบข้างเริ่มมองความพิการของเธอเป็นภาระ จึงเริ่มตีตัวออกห่าง และเธอเริ่มถูกกลั่นแกล้งด้วยความคึกคะนอง แม้ว่าเธอจะพยายามปรับตัวในการมีเพื่อนแค่ไหน แต่เสียงของเธอก็ไปไม่ถึงสักที เรื่องผูกปมโดยทิ้งให้หัวโจกที่กลั่นแกล้งเธอ ถูกสังคมรุมกลั่นแกล้งบ้าง จนตัวเขานึกถึงสิ่งที่เคยทำกับเธอไว้ และต้องที่จะแก้ไข แต่จะเป็นอย่างไร ต้องลองไปดูกันค่ะ

Helena คิดว่าอนิเมะเรื่องนี้ ตั้งใจถ่ายทอดปัญหาที่เกิดจริงในสังคมวัยรุ่นญี่ปุ่น ผ่านตัวละครที่พิการทางการได้ยิน เพราะผู้ถูกกระทำ ไม่สามารถเปล่งเสียงบอกความในใจได้ ใครอ่อนแอกว่า ก็จะถูกตราหน้าว่าเป็นตัวประหลาด และทุกวันนี้ ปัญหาเหล่านี้ก็ยังไม่หายไป การที่เด็ก ๆ ได้ดูอนิเมะเรื่องนี้ อาจจะทำให้พวกเขาเข้าใจกันและกันมากขึ้น และลดปัญหาการรังแกระหว่างกันลง

อนิเมะที่ให้ความสนุก สอดแทรกข้อคิดแบบไม่ตื้นเขิน และงดงาม ละเอียดอ่อน ยังมีอีกมาก ใครเป็นคอหนังสือการ์ตูนคงทราบกันดีว่า อนิเมะหลายเรื่อง เติบโตมาจากการ์ตูนเล่มบาง จนไปสู่ Live Action หนังโรงฟอร์มยักษ์ ใครที่อยากหาอะไรเบาสมอง ดูง่าย แต่ยังได้สาระ หวังว่าลิสต์อนิเมะที่เราเอามาแชร์ จะเป็นตัวเลือกให้การ WFH ของสาว ๆ ไม่น่าเบื่ออีกต่อไปนะคะ