ปวดข้อมือ_cover

ปวดข้อมือ หลายอาทิตย์ไม่หายสักที
สัญญาณเตือน!
อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

กิจวัตรประจำวันของสาวๆ เริ่มตั้งแต่ก่อนออกจากบ้าน คงเป็นการแต่งหน้าเสริมความมั่นใจ อีกทั้งการทำงานส่วนใหญ่ของสาวๆ ในยุคปัจจุบันคงหนีไม่พ้น การได้ทำงานอยู่ในห้องแอร์เย็นๆ มีโต๊ะทำงานเป็นของตัวเอง ใช้เวลากับคอมพิวเตอร์ คลิกซ้าย คลิกขวา เพื่อให้งานเสร็จในแต่ละวัน หลังเลิกงานอาจมีแพลนไปออกกำลังกาย หรือ สิ่งเหล่านี้คงเป็นเรื่องที่ชาวออฟฟิศอย่างเราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แต่! เมื่อมองลึกลงไปกลับเจอเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ อย่างอาการของ Office Syndrome หรือ เจ็บนู่น ปวดนี่อยู่เสมอ

ด้วยการที่เราต้องนั่งทำงานเป็นระยะเวลานานๆ ติดต่อกัน จึงทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยตามร่างกายอยู่เสมอ แต่หากสาวๆ เริ่มมีอาการเจ็บหรือปวดข้อมือมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าสาวๆ กำลังมีภาวะพังผืดกดทับเส้นประสาท (Carpal Tunnel Syndrome) ได้

อะไรคือภาวะพังผืดกดทับเส้นประสาท
(Carpal Tunnel Syndrome)?

ภาวะ Carpal Tunnel Syndrome หรือ ภาวะพังผืดกดทับเส้นประสาท คืออาการที่เกิดขึ้นเมื่อเส้นประสาทข้อมือเส้นที่อยู่ใต้เส้นเอ็นของกระดูกไปกดทับเส้นประสาทที่สำคัญ จึงทำให้เกิดอาการปวดข้อมือ ซึ่งหากปล่อยไว้นานอาจทำให้มีอาการแขนอ่อนแรง จนนำไปสู่อาการกล้ามเนื้อแขนลีบในที่สุด ภาวะพังผืดกดทับเส้นประสาทถูกพบประมาณ 3.8% ในกลุ่มประชากรทั่วไป ส่วนใหญ่มักพบในกลุ่มผู้หญิงอย่างเราประมาณ 9.2% อาการเหล่านี้พบได้ตั้งแต่อายุ 20 ปีถึง 87 ปีเลยทีเดียว

สาเหตุของภาวะพังผืดกดทับเส้นประสาท

รู้หรือไม่? เพราะกิจวัตรประจำวันของเราเองนี่แหละที่ทำให้เกิดภาวะพังผืดกดทับเส้นประสาท เนื่องด้วยความเป็นสาวออฟฟิศแบบเรา มักมีพฤติกรรมการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานติดต่อกัน ต้องใช้เม้าส์ ใช้คีย์บอร์ด จึงทำให้มีการเกร็งข้อมืออยู่ตลอดเวลา เมื่อนานเข้าอาจจะเกิดการกดทับได้ นอกเหนือจากนั้น กิจวัตรประจำวันของเราก็มีส่วนทำให้เกิดอาการปวดข้อมือบ่อยๆ ได้ อย่างการทำอาหาร หยิบจับกระทะ ตะหลิว หรือแม้แต่การแต่งหน้า ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นกิจวัตรที่สาวๆ หลีกเลี่ยงได้ยาก เพราะงานก็ต้องทำ ร่างกายก็ต้องรับผิดชอบ

มาเช็กกันหน่อย
เรากำลังก้าวเข้าไปในภาวะพังผืดกดทับเส้นประสาทหรือไม่?

หากอ่านมาถึงตรงนี้แล้วสาวๆ เริ่มสงสัยกันว่าตัวเองจัดอยู่ในกลุ่มที่มีภาวะดังกล่าวไหม Helena ขอแนะนำวิธีสังเกตอาการ ดังนี้

  1. มีอาการปวดหรือชาบริเวณฝ่ามือ บางรายอาจชาไปถึงปลายนิ้ว
  2. หากมีอาการปวดบริเวณข้อมือร่วมด้วย ลากยาวไปถึงท้องแขน คุณกำลังมีแนวโน้มจะมีอาการภาวะพังผืดกดทับเส้นประสาท
  3. ให้สาวๆ ลองงอข้อมือประมาณ 90 องศา แล้วหันหลังมือชนกันเป็นเวลา 1 นาที ซึ่งผู้ที่มีภาวะเสี่ยงในการเป็นพังผืดกดทับเส้นประสาทจะรู้สึกชาบริเวณฝ่ามือและปลายนิ้ว
  4. หากยังไม่ชัดเจนแนะนำให้ไปพบแพทย์ คุณหมอจะให้สาวๆ หงายมือแล้วเคาะบริเวณปลายนิ้วมือ หากมีอาการพังผืดกดทับเส้นประสาท สาวๆ จะรู้สึกชอร์ต เนื่องจากมีอาการเสียวบริเวณเส้นประสาทดังกล่าว

อย่าเพิ่งกังวล! ภาวะพังผืดกดทับเส้นประสาทรักษาได้

หากมั่นใจแล้วว่าอาการที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงการปวดเมื่อยหรือเคล็ดขัดยอกธรรมดา แต่เป็นการยืนยันจากคุณหมอแล้วว่าสาวๆ มีภาวะดังกล่าวจริง คุณหมออาจจะให้สาวๆ พักงานสัก 3 – 4 อาทิตย์ แล้วใส่เครื่องพยุงข้อมือ เพื่อดามบริเวณข้อมือเอาไว้ หลังจากการใส่เครื่องพยุงข้อมือแล้ว คุณหมออาจฉีดยาสเตียรอยด์เพื่อหยุดยั้งอาการปวด แต่ในกรณีที่เป็นอาการขั้นรุนแรง คุณหมออาจเลือกที่จะผ่าตัดเพื่อคลายเส้นเอ็นบริเวณนั้น เพื่อให้หายได้เร็วขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคุณหมอแต่ละท่านด้วยนะคะ

ที่สาวๆ เห็นว่าอาการเจ็บนู่นปวดนี่นิดหน่อย ทายาคลายกล้ามเนื้อก็หาย แต่ในความเป็นจริงแล้วหากคุณมองข้ามสัญญาณอันตรายเหล่านี้ไป อาจเสี่ยงเป็นภาวะพังผืดกดทับเส้นประสาทได้ งานก็ขาด เงินก็หาย เพราะฉะนั้นสาวออฟฟิศควรยืดเส้นยืดสายบ้าง หากต้องนั่งทำงานอยู่กับคอมทั้งวัน ควรลุกเดินไปนู่นมานี่ บิดเอว ยืดหลัง สะบัดหรือขยับข้อมือขึ้นลงบ้าง ทุก 1 ชั่วโมง ควรพักสัก 5 นาที เพื่อบรรเทาและป้องกันอาการปวดตามที่ต่างๆ โดยเฉพาะข้อมือที่ถูกใช้งานบ่อยที่สุด

เมื่อทราบแบบนี้แล้ว สาวๆ คงจะเป็นกังวลกันใช่ไหมล่ะคะ ลองทดสอบอาการดูก่อน แล้วก็อย่าลืมยืดเส้นยืดสายระหว่างทำงานกันบ้าง กันไว้ดีกว่าแก้นะคะ <3