บังทัน

 เจาะความสำเร็จบนเวทีโลกของ BTS (บังทัน)

ก้าวหนึ่งก้าว สะเทือนไปถึงดวงดาว

ในนาทีนี้ คงไม่มีแฟนเคป๊อปคนไหนไม่รู้จักวง BTS หรือ บังทันโซนยอนดัน ที่เดบิวต์ในปี 2013 ในนามบอยแบนด์จาก Big Hit Entertainment ค่ายเพลงเล็ก ๆ ในเกาหลีใต้ แฟนเคป๊อปรุ่นเก่ารุ่นแก่คงรู้กันดี  ว่าเป็นการยากที่วงจากค่ายเล็ก ๆ จะดังเป็นไวรัลในเวลาอันรวดเร็ว หากไม่ได้มาจากค่ายใหญ่อย่าง Big 3 ของอุตสาหกรรมวงการเพลงในเกาหลีใต้ แต่เมื่อมองดูความสำเร็จของบังทันในวันนี้ พวกเขาได้ก้าวข้ามคำว่า ‘ไอดอล’ ไปสู่ ‘ศิลปิน’ ที่ได้รับความนิยมระดับสากลในเวทีระดับโลก

Helena ชวนคุณร่วมเดินทางตาม Footprint ของบังทัน จากก้าวเล็ก ๆ ไปสู่ความสำเร็จ ที่สะเทือนไปถึงดวงดาวของพวกเขา

เมื่อบังทัน (ค่อย ๆ) เดินอย่างมั่นคงในเกาหลีใต้

เป็นเรื่องฉงนงุนงงไม่น้อย เมื่ออยู่ดี ๆ ก็มีวงจากเคป๊อป นามว่า BTS หรือบังทัน ได้ขึ้นแสดงในเวที American Music Awards ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2017 ซึ่งเป็นครั้งแรกในหน้าประวัติศาสตร์ของวงการเพลงเกาหลีใต้ ที่บอยแบนด์จากประเทศของพวกเขาได้ขึ้นแสดงในเวทีระดับอินเตอร์เวทีนี้ สร้างความสงสัยจากนักฟังเพลงชาวตะวันตกอย่างมาก ว่า ‘บังทัน’ เป็นใคร

แต่กว่าที่บังทันจะมาถึงจุดที่ความดังเป็นเพียงแค่คำวิเศษณ์ พวกเขาก็ต้องผ่านด่าน ที่นอกจากไม่ได้ถูกกรุยทางให้เรียบ แต่ยังต้องพบกับกรวด ที่มาในรูปแบบของคำสบประมาทจากการมาจากค่ายเล็ก ๆ ที่ไม่ได้มีชื่อเสียงอะไร ใช้ฝีมือพิสูจน์ตัวตน จนก้าวข้ามคำว่าไอดอล และเติบโตด้วยเพลงที่มีคุณภาพ ให้ผู้คนรักพวกเขาที่งานเพลง

บังทัน

บังทันมีสมาชิกทั้งหมด 7 คน อันมาจากการเฟ้นหาผ่านการออดิชัน ด้วยโปรเจกต์ Hit It จนได้สมาชิก      3 คนแรก คือ อาร์เอ็ม (ชื่อเดิมคือ Rap Monster) Leader และ Main Rapper เขามาจากโปรเจกต์ฮิปฮอปที่ถูกยุบไปของ Big Hit Ent., เจโฮป (J-Hope) Main Dancer, Sub-Vocal และ Rapper ก่อนจะเป็นชูก้า (Sugar) Main Rapper อดีตแรปเปอร์ใต้ดินมากความสามารถที่ผ่านการออดิชันเข้ามา ตามมาด้วยสมาชิกที่เหลือ อย่าง จิน (Jin) พี่ใหญ่ ควบตำแหน่ง Visual และ Main Vocal ของวง, จีมิน (Jimin) Main Vocal และ Main Dancer, วี (V) Visual และ Main Vocal ปิดท้ายด้วยน้องเล็ก จองกุก (Jungkook) Main Dancer, Main Vocal และ Sub-Rapper

Big Hit Ent. วางแผนให้บังทันปล่อยอัลบั้มเป็นแบบซีรีส์ไตรภาค ที่เล่ากราฟการเติบโตและการเปลี่ยนผ่านช่วงวัยในแต่ละซีรีส์ บังทันจึงเดบิวต์ในซีรีส์ ‘โรงเรียน’ ด้วยมินิอัลบั้ม 2Cool 4Skool ในเพลง No More Dream มีกลิ่นอายที่เปิดขึ้นมาแล้วต้องร้อง อ๋อออ เคป๊อปแน่ ๆ แม้ว่าจะไม่ได้ ‘ปัง’ ทันทีทันใด ไม่ได้ติดชาร์ตยาวนาน แต่ Helena คิดว่า No More Dream เป็นการปฐมบท ว่าทิศทางเพลงของบังทัน จะไม่ได้ย่ำอยู่แค่ความรัก มิตรภาพ หรือสารพัดของกุ๊กกิ๊กแบบฉบับท่ามาตรฐานเพลงเคป๊อปทั่วไป 

จนมาถึงช่วงที่เพลง I NEED U ออกสู่สายตาประชาชน กระแสตอบรับที่ท่วมท้น และการได้ที่ 1 ครั้งแรก ในรายการเพลง ทำให้ความกังวลเรื่องการเปลี่ยนผ่านซีรีส์ไตรภาคหมดไป บังทันเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นจากงานเพลงที่ติดหู และมีคุณภาพ

เคมีความเป็นบังทัน ที่เคียงข้างสังคม

บังทันค่อย ๆ ก้าวย่างอย่างระมัดระวังในวงการเคป๊อป ในขณะเดียวกันก็ยังคงคอนเซปต์ซีรีส์ไตรภาค     ในการออกอัลบั้มไว้ โดยหยิบเคมีของแต่ละคนมาผสมให้เป็นเพลงที่เข้ากับทิศทางของวง และกุญแจสู่ความสำเร็จก็คือ การเล่าเรื่องราวของตัวเองผ่านการเขียนเพลง พวกเขาสามารถแสดงออกถึงอารมณ์  และเคมีของตัวเองผ่านการเขียนเพลงได้เป็นอย่างดี และเนื้อเพลงของบังทัน มักจะเป็นประเด็นทางสังคม อย่าง ชนชั้นทางสังคม การกลั่นแกล้ง (Bullying) หรือแม้แต่ประเด็นต้องห้ามที่รู้ตัวว่า ถ้านำมาเขียน      จะต้องโดนแบนจากรายการเพลง แต่บังทันก็ยืนยันที่จะดำเนินมันต่อไป เพื่อสะท้อนความเน่าเฟะ และแสนเศร้าสร้อยในสังคมที่ไม่ค่อยมีใครมองเห็น เรามองว่า สิ่งเหล่านี้เป็นจุดยืนของบังทัน ที่ฉุดให้คนทั่วไปที่ไม่ใช่แฟนคลับชื่นชอบพวกเขาในฐานะแฟนเพลง

บังทัน

Helena ยังมองเห็นความตั้งใจบางอย่าง ที่บังทันพยายามสื่อออกมาผ่านเนื้อเพลง อย่างการให้กำลังใจหรือการเป็นกระบอกเสียงให้คนรุ่นใหม่ ซึ่งเราเห็นได้จากเพลง Young Forever ในอัลบั้มซีรีส์ The Most Beautiful Moment in Life: Young Forever อัลบั้มซีรีส์ที่เล่าถึงความสวยงามของช่วงวัยรุ่น

หรือเพลงที่ได้ฟังแล้วมอบความรู้สึกรักตัวเองให้กับเรา ช่วยปลอบประโลมจิตใจในวันร้าย ๆ ได้ดี ราวกับมีเวทย์มนต์ ในเพลงที่ติดชาร์ตถึง 3 ปี บน Melon (ชาร์ตเพลงเกาหลี) อย่าง ‘Spring Day’ จากอัลบั้มพิเศษ You Never Walk Alone อัลบั้มที่พูดถึงความหวังและการปลอบโยน ด้วยความหมายสวยงาม ลึกซึ้งของเนื้อเพลง อย่างการกล่าวถึง ‘ความคิดถึง’ ที่ตีความได้ทั้งการคิดถึงคนที่จากไป หรือคนที่ยังอยู่ และตัว MV ที่มีความหมายแฝงถึงเหตุการณ์ที่เรือ Sewol ล่ม ส่งให้เพลง Spring Day ของบังทัน กลายมาเป็นเพลงที่ใช้ระลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เรือ Sewol ไปด้วย

เบลนด์จุดแข็งของบังทันให้กลมกล่อม

ชัดเจนในการทำดนตรี

จุดแข็งจุดแรกของบังทันที่เรามองว่า สามารถพิชิตใจตลาดโลกให้เปิดรับเพลงแนวที่ไม่คุ้นหูแบบเคป๊อปได้ คือการที่ บังทันมักจะเขียนเพลงด้วยตัวเอง หรือมีส่วนร่วมในเพลงของตัวเองให้มากที่สุด (สมาชิกบางคนสามารถทำ Mix Tape ของตัวเองได้ด้วยซ้ำ) การที่ค่ายค่อนข้างให้อิสระในการทำเพลงกับบังทัน ทำให้เพลงที่พวกเขาเขียนออกมา ค่อนข้างมีเอกลักษณ์ และไม่เหมือนใคร ตัวพวกเขาเองก็พยายามใส่จิตสำนึกที่มีต่อสังคมลงไปในเนื้อเพลง

บังทันมีความชัดเจนในแนวดนตรี แม้ในแต่ละอัลบั้มจะมีความหลากหลายในแนวเพลง แต่ก็ยังคงมี Signature ที่เป็นกลิ่นอายของความเป็นบังทันอยู่ พวกเขายังพยายามมองหาแรงบันดาลใจจากดนตรีต่างถิ่น และนำมาเบลนด์กับความเป็นเคป๊อปจนเข้ากัน นับเป็นสูตรส่วนตัวที่เรามองว่า นี่แหละ ความลับแห่งความสำเร็จอีกข้อในการตีตลาดตะวันตกของพวกเขา

Performance ที่มีชีวิตชีวาและเป็นธรรมชาติ

นอกจากเพลงที่เป็นจุดแข็งแล้ว เรารู้กันดีว่า Performance บนเวทีของบังทัน เป็นการแสดงที่มีชีวิตชีวา และทรงพลังอย่างมาก Helena ในฐานะ 1 ในแฟนคลับเคป๊อปรุ่นบุกเบิกวงหนึ่ง ที่ผ่านการดูคอนเสิร์ตวงต่าง ๆ ในเคป๊อปมาอย่างโชกโชน ขออนุญาตแสดง ‘ความแปลกใจ’ ทุกครั้งในการดูการแสดงของบังทัน ไอดอลเคป๊อปหลายวงมีการแสดงคอนเสิร์ตแบบ Live Band (การนำดนตรีสดเข้ามาประกอบการแสดง) หนึ่งในวงที่ดึงดูดสายตาของเราจนต้องแปลกใจก็คือ บังทัน

พวกเขาให้ความรู้สึกว่า สคริปต์ก็แค่กระดาษแผ่นหนึ่ง เวทีของบังทันมีความสดใหม่ และไต่ระดับความสนุกชนิดที่ผ่านการคิดมาอย่างดี แม้จะรันตามสคริปต์ แต่ก็เป็นไปอย่างธรรมชาติ และสมาชิกทุกคนก็ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ จนจับความรู้สึกคนดูได้อยู่หมัด

ภาพลักษณ์ที่แตกต่าง

จุดแข็งอีกจุดของบังทัน คือการสร้างความแตกต่างให้กับภาพลักษณ์ของวงให้ไม่เหมือนวงจากเคป๊อปทั่วไป จะด้วยธรรมชาติของสมาชิกเอง หรือจะเป็นเพราะการ PR ก็ตาม ทำให้บังทันสามารถเข้าถึงสากลได้ บังทันมีการวางตัวที่ดูเข้าถึงง่าย จับต้องได้ และมีอยู่จริง ไม่ขายฝันความเป็น Boyfriend Material จนเกินงาม แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีราศีของความเป็น Stars ในแบบที่แตกต่างไปจากไอดอลเกาหลี

บังทันยังมีอิสระในการใช้ Social Platform ในการสื่อสารกับแฟนคลับ (ที่มีชื่อว่า Army) และถ่ายทอดเสน่ห์ที่เป็นธรรมชาติให้ทุกคนได้เห็น ผ่านรายการ Reality อย่าง ‘Bangtan Bomb’ ที่นำเสนอความเป็นตัวตนที่แท้จริงของพวกเขา กลุ่มเด็กผู้ชายที่กิน เล่น นอน และแกล้งกันเหมือนเด็กทั่วไป ไม่ใช่แค่เปลือกภายนอกที่สื่อสารออกมาในฐานะไอดอล

ตาข่ายเบื้องหลังที่แข็งแรง

อีกข้อที่ Helena รู้สึกว่า พวกเขาเหล่านี้เป็นเหมือนตาข่ายอันแข็งแรง ที่คอยโอบอุ้ม และผลักดันให้ส่วนประกอบทุกอย่างของบังทันสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น พวกเขาคือฝ่ายเบื้องหลังของ Big Hit Ent. ไม่ว่าจะเป็น Designer, Stylist, Producer หรือแม้แต่ประธานค่าย พวกเขาล้วนเป็นฝ่ายซัพพอร์ตอันแข็งแรงให้กับ   บังทัน คอนเซปต์ในแต่ละอัลบั้มผ่านการคิดอย่างลึกซึ้ง และถูกวางไว้ให้ตีความได้อย่างซับซ้อน แต่ทว่าเรียบง่าย เป็นศิลปะ ทรงพลัง และสวยงาม

อาจจะกล่าวได้ว่า ความเป็นบังทัน มันเป็น ‘ความถูกจริต’ ที่พอดิบพอดี มีเสน่ห์กลมกล่อม แต่โดดเด่น จนทำให้อุตสาหกรรมเพลงที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก เริ่มจับจ้องความสนใจไปที่พวกเขา

บังทัน

การสร้างประวัติศาสตร์บนเวที UN และ #NASAMoonTunes

บังทันได้รับเกียรติในการขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในนามผู้แทนขององค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) ในงานประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ 73 บนเวที UN สร้างปรากฎการณ์ใหม่    อีกครั้งให้กับวงการเคป๊อป

สปีชของพวกเขาก็สร้างความ ‘ทัช’ ลงไปในใจคนฟังได้อย่างมาก ด้วยประโยค We have learned to love ourselves, so now I urge you to ‘speak yourself.” ที่กล่าวโดย RM เขาต้องการที่จะสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่รู้จักฟังเสียงของตัวเอง และหันมารักตัวเองให้มากขึ้น

และยิ่งไปกว่านั้น เพลงของบังทันกำลังจะได้เดินทางไปดวงจันทร์กับ NASA! เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี ของยาน Apollo 11 NASA วางแผนที่จะกลับไปยังดวงจันทร์อีกครั้งภายในปี 2024 จึงได้จัดแคมเปญ #NASAMoonTunes ให้คนทั่วโลกเสนอเพลงที่เหมาะจะเดินทางไกลไปยังดวงจันทร์กับเหล่านักบินอวกาศ ผ่าน Hashtag #NASAMoonTunes บนทวิตเตอร์ หรือกรอกฟอร์มออนไลน์

เพลงของบังทันถูกเสนอชื่อเข้าไปเป็นจำนวนมาก จน NASA ต้องออกมายืนยันว่า จะมีเพลงของพวกเขาใน Playlist แน่นอน! โดยเพลงของบังทันที่จะได้เดินทางไปดวงจันทร์มีถึง 3 เพลงด้วยกัน ได้แก่ 134340, Moonchild และ Microkosmos (เพลงโปรด Helena เลยแหละ) แต่ละเพลงยังมีความหมายเกี่ยวข้องกับ Galaxy ห้วงจักรวาล และอวกาศเช่นกัน

ขึ้นบันไดดาวไปกับบังทัน

ด้วยจุดแข็งของบังทัน ที่เบลนด์ออกมาได้อย่างพอดิบพอดีไปทุกส่วน นำไปสู่ Footprint แรกบนบันไดดาวที่สวยงามของพวกเขา ในการเป็นวงบอยแบนด์จากเกาหลีใต้วงแรก ที่สามารถคว้ารางวัล Top Social Artist จากงาน Billboard Music Awards ในเดือนเมษายน ปี 2017

และในเดือนกันยายนในปีเดียวกันนั้น บังทันก็นำอัลบั้ม Love Your Self: Her ติดอันดับ 7 ในชาร์ต Billboard 200 นับเป็น Footprint สำคัญที่สร้างคลื่นแห่งความยินดีในฐานะเคป๊อปวงแรกที่ติด Top 10  ใน Billboard ทำลายสถิติเดิมของตัวได้อย่างราบคาบ ในขณะเดียวกัน ยอดขายอัลบั้มก็พุ่งทะลุสูงถึง 1.12 ล้านอัลบั้ม และปิดท้ายความสำเร็จของ Love Your Self: Her ด้วยการนำเพลง DNA เข้าไปติดอันดับใน Hot 100 ของ Billboard จนได้

บังทัน

บังทันเริ่มมีการเดินสายในรายการต่าง ๆ ของทางฝั่งอเมริกามากขึ้น พร้อมกันนั้น งาน Grammy Awards ครั้งที่ 61 ในปี 2019 บังทันก็ได้รับเกียรติเป็นผู้ประกาศผลรางวัล และงานนี้ อัลบั้มซีรีส์ Love Yourself: Tear ยังถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล ในสาขา The Best Recording Package อีกด้วย

ในงาน Grammy Awards ครั้งที่ 62 ปี 2020 ที่ผ่านมา หนุ่ม ๆ ทั้ง 7 คน ได้ทำการแสดง Special Stage  อันทรงพลังบนเวที ร่วมกับศิลปินอย่าง Lil Nas X, Mason Ramsey, Billy Ray Cyrus, Diplo และ Nas ในเพลง Old Town Road All-Stars สร้างประวัติศาสตร์การเป็นศิลปินเกาหลีใต้กลุ่มแรก ที่ได้ทำการแสดงบนเวที Grammy Awards

บังทัน

ในอัลบั้มซีรีส์ล่าสุด ‘Map of the Soul: 7’ บังทันได้เข้าร่วมรายการ The Late Late Show with James Corden และนำเพลง Black Swan ขึ้นโชว์เป็นครั้งแรก ก่อนจะส่งคลิป Black Swan Performance ที่ได้ทำการแสดง ไต่ขึ้นเป็นอันดับ 1 บน Youtube ใน 30 ประเทศทั่วโลก และมียอดวิวถึง 10 ล้านวิวในเพียง  1 วัน รวมถึงพวกเขายังได้ทำลายสถิติตัวเองอีกครั้ง ด้วยยอดขายอัลบั้มแบบออฟไลน์สูงถึง 7 ล้านก็อปปี้ ความสำเร็จเหล่านี้ เป็นผลตอบแทนของบังทัน ที่มาจากการพัฒนาตัวเองอย่างไม่เคยหยุดยั้งเลย

หลังจากนี้ พวกเขาจะทุ่มเทเวลาในการเตรียมพร้อมสำหรับ World Tour ครั้งใหม่ และบังทันยังเผยเป้าหมายใหญ่ของปี 2021 อีกว่า ปีหน้า พวกเขาหวังว่าจะถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลในงาน Grammy Awards ครั้งที่ 63 และดูเหมือนว่า หนทางการทำดนตรีในดินแดนตะวันตกของหนุ่ม ๆ บังทันต่อจากนี้จะเป็นไปได้อย่างสง่าสมศักดิ์ศรี

Helena รู้สึกขอบคุณพวกเขา ที่ใช้ความสามารถของตัวเองในการลบคำสบประมาทต่าง ๆ ที่ศิลปิน  และไอดอลจากวงการเคป๊อป มักจะถูกสาดใส่มาโดยตลอดว่า ไม่มีความสามารถ ขายแต่หน้าตา และขอบคุณที่พวกเขา ช่วยให้ไอดอลจากค่ายเล็กค่ายอื่นได้รับความสนใจจากชาว K-Netizen (ชาวเน็ตเกาหลี) รวมถึงคนทั่วไปมากขึ้น และเราหวังว่า การเดินทางสู่บันไดดาวของบังทันต่อจากนี้ จะมั่นคงสมกับความตั้งใจในทุก ๆ รอยต่ออัลบั้มซีรีส์ไตรภาคของพวกเขา

SHARE

RELATED POSTS

คอมบูชาคืออะไร ชวนมาทำความรู้จักกับคอมบูชา (Kombucha) เครื่องดื่มสำหรับสายสุขภาพที่มาแรงด้วยประโยชนสุดปังจากจุลินทรีย์…